ย้อนดู ‘ปรากฏการณ์โรงเรียนแอเรียล’ เกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็ก 68 คนเห็นยูเอฟโอ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2537 นักเรียน 62 คนที่โรงเรียน Ariel ในเมือง Ruwa ประเทศซิมบับเว อ้างว่าพบเห็นยานไม่ทราบชื่อลงมาจากท้องฟ้าและลงจอดในทุ่งใกล้ๆ

เครดิต : Ariel Phenomenon

เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งกลายเป็นที่รู้จักในชื่อปรากฏการณ์โรงเรียนแอเรียล เรื่องราวเกิดขึ้นในขณะพักเที่ยง คุณครูทุกคนกำลังประชุมกันอยู่ ขณะนั้น เด็กๆอ้างว่าได้เห็นจานบินสีเงินลงจอดบนเนินเขาที่ไม่ห่างจากโรงเรียนนัก พวกเขาจึงรีบวิ่งไปดูไกล้ๆ และยังบอกอีกว่าพบเห็นสิ่งมีชีวิตเดินออกมาจากจานบินลำนั้น

เด็กๆ เล่าถึงเหตุการณ์ที่พบเห็นให้เล่าครูฟังกว่า 15 นาที สร้างความงุนงงให้เหล่าคุณครูอย่างมาก อีกทั่งพวกเด็กๆยังกลับไปเล่าให้ผู้ปกครองฟังอีก จึงเกิดคำถามขึ้นมาเป็นวงกว้างว่าสิ่งที่เด็กเหล่านี้พูดออกมากเป็นความจริงหรือไม่ ครูใหญ่ของโรงเรียนจึงขอให้เด็กๆ วาดภาพสิ่งที่พวกเขาเห็น และพวกเขาก็วาดภาพยูเอฟโอสีเงินสุดคลาสสิก บางรูปก็มาพร้อมกับร่างมนุษย์ต่างดาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“มันดูเหมือนแสงระยิบระยับบนต้นไม้ มันดูเหมือนจาน เหมือนจานกลม” ผู้เห็นเหตุการณ์ที่เป็นเด็กคนหนึ่งบอกกับบีบีซีไม่กี่วันหลังเหตุการณ์ดังกล่าว “ฉันเห็นบางอย่างสีเงินบนพื้นท่ามกลางต้นไม้ และคนในชุดดำ” อีกคนหนึ่งกล่าว

ชมวิดิโอ https://www.bbc.com/news/av-embeds/57749238

เรื่องราวจะซับซ้อนมากขึ้นต่อจากนี้ ทำให้ยากที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เด็ก ๆ ได้รับการสัมภาษณ์โดย Cynthia Hind นักวิจัยยูเอฟโอท้องถิ่นในวันรุ่งขึ้นหลังจากเหตุการณ์ สิ่งที่ Hind พบด้วยความสงสัยคือนักเรียนซึ่งมีภูมิหลังที่หลากหลาย แม้ว่าทุกคนจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยเนื่องจากค่าเล่าเรียนมีราคาแพง อธิบายลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับตัวเลขและ UFO แม้ว่าจะตีความปรากฏการณ์นี้ในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างมากตามการเลี้ยงดูของพวกเขาเอง

Cynthia Hind ยังเชื่อด้วยว่าเด็กๆ ไม่เคยเห็นยูเอฟโอในสื่อต่างๆแน่นอนเพราะ “เด็กเหล่านี้จำนวนมากไม่ไปดูหนัง พวกเขามีชีวิตอยู่บ้านนอก พ่อแม่เป็นชาวนา”.  มันจึงดูมีน้ำหนักมากขึ้น ว่าการพบมนุษย์ต่างดาวของพวกเขานั้นเป็นเรื่องจริง

เหตุการณ์ UFO ของ Ariel School กลายเป็นหนึ่งในคดี UFO ที่โด่งดังที่สุดในแอฟริกาอย่างรวดเร็ว ในตอนเดือนมิถุนายน 2564 ของ BBC’s Witness History เหตุการณ์นี้ได้รับการอธิบายว่าเป็น “หนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยูเอฟโอ” นักยูโฟวิทยายังคงอ้างถึงกรณีนี้ว่าเป็นหลักฐานที่น่าสนใจของการมาเยือนโลกจากนอกโลก แต่ผู้ที่ไม่เชื่อก็บอกว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นเป็นฮิสทีเรียหมู่การหรือการเล่นตลกของเด็กๆเท่านั้น

อ้างอิง – BBCIFL